อาหาร

เมนูโปรด ง่ายๆที่อิตาลี 

ผักโขมอบชีส

วันนี้เรามาทำผักโขมอบชีสกินกัน สูตรไม่อ้วนคร่ะ ชอบกินมากมายเมนูนี้ เลยลองหาวิธีการทำจากอินเทอร์เน็ต ยูทูป หลายที่มากมาย แต่ละที่ก็ทำกันแล้วแต่สูตรใครสูตรมัน 

ครั้งแรกที่ทำก็ทำตามสูตรละคร่ะ ความอร่อยของมันอยู่ที่ชีสเยิ้มๆ เยอะๆใช่มิละ เวลาไปกินที่ร้านก็จะบ่นในใจว่า ทำไมชีสน้อยจัง  พอได้มีโอกาศทำเองเลยใส่ไม่ยั้งเลยคร่ะ ชีส อีกอย่างมาอยู่อิตาลีเมืองชีส มีชีสหลายแบบ อร่อยๆ ใส่จัดหนัก ผลออกมา มีความอร่อยอยู่ที่สามคำแรก ที่เหลือมีแต่ความเลี้ยน ฮาาาาา 

พึ่งเข้าใจวันนี้คร่ะ ว่าที่ร้านเค้ามีสูตรที่มันพอดีอร่อยอยู่แล้ว เราเองนี้แหละที่อยากได้เกินความพอดี 

รีวิวนี้เป็นรอบสองที่ทำ เลยคิดว่าจะทำแบบ ไม่ใส่ครีมนม ชีสแบบพอดีๆ ไม่อ้วนคร่ะ

เริ่มกันเลย สำหรับการทำครั้งที่สอง ก็ได้เป็นสูตรของตัวเอง ที่ทำง่ายมากมาย ตามเคยคร่ะ

 1.เกลือ 2.พริกไทยดำ 3.น้ำมันมะกอก(ใช่น้ำมันอะไรก็ได้ที่มี) หรือใครจะให้เนยจืดก็ได้คร่ะ 4.หอมใหญ่หั่นเต่า


5.ผักโขมแบบแช่แข็ง ต้มสุกแล้ว  6.พาเมซานชีส แบบขุดแล้ว



ผักโขมแข็ง เอาออกมาละลายน้ำแข็งก่อนค่ะ 


ใส่น้ำมัน หรือเนยจืด แล้วใส่หอมใหญ่ ลงไปผัด พอสุก และหอมๆ


ใส่ผักโขมลงไปผัด อาจน้ำเต็มน้ำนิดหน่อยให้ผัดง่ายขึ้นคร่ะ เพราะผักมันจะติดกันเป็นก้อนๆ เวลาเต็มเครื่องปรุงจะผัดให้เข้ากันลำบาก 


ปรุงรสตามชอบ ด้วยเกลือ หรือผงปรุงรส หรือจะซอสถั่ว น้ำหอย ก็ได้ตามสบายคร่ะ โดยส่วนตัวไม่ค่อยชอบปรุงมาก ขอแค่ออกเค็มๆ ก็อร่อยแล้วค่ะ ก็อย่างที่บอกง่ะค่ะปรุงเองตามความชอบได้เลย รสเหมือนผัดผักทั่วไป


ปรุงรสเรียบร้อยแล้ว ก็ปิดไฟ และใส่พาเมซานชีสลงไปผัดค่ะ ตัวนี้จะละลายเร็วเมื่อโดนความร้อน ใส่เยอะได้ตามชอบ พอมันละลายมันจะเป็นยางยืดๆนิดนึง อร่อยตรงนี้ล่ะ 



เสร็จแล้วตักใส่กล่องฟรอย หรือถ้วยเล็กที่สามารถเข้าเตาอบได้ แต่กล่องฟรอยแบบนี้จะสะดวกกว่า เพราะไม่ต้องทำความสะอาด กินเสร็จทิ้งเลย อิอิ 


โมซาเรล่าชีส ขาดไม่ได้คร่ะ จะใช่แบบไหนก็ได้น่ะ แต่พอดีมีแบบนี้อยู่ ที่ไว้กินกับสลัด ก็อร่อยดี หรือจะซื้อแบบที่สำหรับใส่บนพิชซ่าโดยเฉพาะ ก็ได้


ตัดเป็นชิ้นเล็กๆ บางๆ แบบนี้ จะได้ละลายง่าย ตอนอยู่ในเตาอบ ไม่เปลืองไฟ ไม่เปลืองเวลา


โรยให้ทั่ว แบบนี้จร้าาาาา



ใส่ในเตาอบ ไฟ 200 องศา 15นาที ก็แล้วแต่เตาอบของแต่ละบ้านด้วยค่ะ ว่าไฟประมาณไหน เราอบแค่ต้องการให้ชีสละลาย เป็นสีน้ำตาลอ่อน ไหม้ๆนิดนึง แค่นั้นเองคร่ะ เพราะตัวผักมันก็สุกอยู่แล้ว


เรียบร้อย น่าตาออกมาเป็นแบบนี้คร่ะ



น่ากินมากมายเลย อิอิ ชีสเหลืองกรอบเยิ้มมมมมม



เติม ออริกาโน่ หน่อยนึง หอมๆน่ากินเข้าไปใหญ่



 อร่อยที่สุดดดดดดด



เยิ้มมมมมมม มากกกกกกก

**ง่ายๆอร่อยด้วยเมนูนี้ อร่อยลื้มมมมม 

สรุปเครื่องปรุงที่ต้องเตรียมอีกรอบ 
1. ผักโขม
2. ชีส 2แบบ พาเมซานชีส กับ โมซาเรล่าชีส
3. หอมใหญ่
4. เกลือ,พริกไทยดำ,ผงปรุงรส
5. น้ำมัน หรือ เนยจืด
6. ออริกาโน่ (ถ้ามี)
7. ภาชนะสำหรับใส่

ไม่บอกปริมาณน่ะ คือตามชอบกันจริงๆละกันคร่ะ อีกอย่างไม่ใช่แม่ครัวมือดีมาจากไหน แค่อยากทำไรง่ายๆทานเอง ก็เท่านั้นคร่ะ แต่อยากแชร์สูตรที่ทำง่ายๆ ให้ชมกัน ลองทำกันดูน่ะ ง่ายจริงไรจริงคร่ะ


...............................................

สปาเก็ตตี้กับอันชูเกะ(Acciughe)ภาษาเจโนวา หรือ แอนโชวี่ Anchovy(ภาษาอังกฤษ)

เมนูอร่อยง่ายวันนี้ค่ะ สปาเก็ตตี้กับปลาแอนโชวี่


เรามารู้จัก อันชูเกะ (Acciughe) หรือ แอนโชวี่ (Anchovy) กัน มันคือปลาทะเลตัวเล็ก ที่เอามาหมักเค็ม แล้วแช่ในน้ำมัน (หมายถึงแบบเจโนวา,อิตาลี) เพราะแต่ละที่อาจทำต่างกัน แต่รสชาติเหมือนกันค่ะ คือ เค็มๆ ส่วนตัวคิดว่ารสชาติมันเหมือนปลาทูเค็ม หรือปลาอินทรีย์เค็มบ้านเราอ่ะค่ะ แต่ไม่รู้ทำไมหลายคนคิดว่ามันเหมือน "ปลาร้า" ไม่เห็นเหมือนตรงไหนเลย และบางคนเรียกว่า "ปลาร้าฝรั่ง" ไม่น่ะ! มันต่างกันมากเมื่อได้ลองชิม!! 

เอาละบนมาเยอะ เริ่มเตรียมอุปกรณ์กันเลยค่ะ
อย่างที่เกริ่นนำค่ะ ว่าเมนูโปรดง่ายๆ (ปกติไม่ค่อยชอบทำอาหาร!! เพราะยุ้งยากมากความ ไม่ได้หมายถึงทำไม่เป็นน่ะ) แต่เมนูนี้ ง่ายจริงไรจริงค่ะ 

เตรียม!!
1. อันชูเกะ (Acciughe) สำหรับกินคนเดียว ใช่อันชูกะ 3-4 ชิ้นก็พอค่ะ เดียวจะเค็มมากไม่อร่อยน้าาา

เมนูโปรด ง่ายๆที่อิตาลี 

สปาเก็ตตี้กับอันชูเกะ(Acciughe)ภาษาเจโนวา หรือ แอนโชวี่ Anchovy(ภาษาอังกฤษ)

เมนูอร่อยง่ายวันนี้ค่ะ สปาเก็ตตี้กับปลาแอนโชวี่


เรามารู้จัก อันชูเกะ (Acciughe) หรือ แอนโชวี่ (Anchovy) กัน มันคือปลาทะเลตัวเล็ก ที่เอามาหมักเค็ม แล้วแช่ในน้ำมัน (หมายถึงแบบเจโนวา,อิตาลี) เพราะแต่ละที่อาจทำต่างกัน แต่รสชาติเหมือนกันค่ะ คือ เค็มๆ ส่วนตัวคิดว่ารสชาติมันเหมือนปลาทูเค็ม หรือปลาอินทรีย์เค็มบ้านเราอ่ะค่ะ แต่ไม่รู้ทำไมหลายคนคิดว่ามันเหมือน "ปลาร้า" ไม่เห็นเหมือนตรงไหนเลย และบางคนเรียกว่า "ปลาร้าฝรั่ง" ไม่น่ะ! มันต่างกันมากเมื่อได้ลองชิม!! 

เอาละบนมาเยอะ เริ่มเตรียมอุปกรณ์กันเลยค่ะ
อย่างที่เกริ่นนำค่ะ ว่าเมนูโปรดง่ายๆ (ปกติไม่ค่อยชอบทำอาหาร!! เพราะยุ้งยากมากความ ไม่ได้หมายถึงทำไม่เป็นน่ะ) แต่เมนูนี้ ง่ายจริงไรจริงค่ะ 


            อันชูเกะในขวดโหลกับน้ำมันโอลีฟ จัดไว้ที่บ้าน1โหลใหญ่ เพราะชอบมาก


2. เส้นสปาเก็ตตี้ (Spaghetti) ต้มสุกเรียบร้อยแล้วน่ะค่ะ 
               
3. น้ำมันมะกอก (Olio) สัก 1 ชอต


4. พริกแห้งกับกระเทียม (Peperoncino con Aglio) กระเทียม 1 กลีบ (พริก ที่อิตาลีเห็นเม็ดเล็กๆแบบนี้ แต่เผ็ดร้อนมากกกก) คนไม่กินเผ็ดอย่างอิฉัน จัดไปเบาๆ 5 เม็ด 

สิ่งที่ต้องเตรียมแค่นี้ละค่ะ (เมนูของคนขี้เกียจ) หรือใครใคร่ใส่สิ่งเพิ่มก็ได้น่ะค่ะ เช่น มะเขือเทศสด(ลูกเล็ก) ไวท์ขาวเพิ่มตอนผัด หรือเมนูนี้ใครไม่มี อันชูเกะ ก็ใช่ปลาเค็มบ้านเราก็ได้ ไม่ว่ากัน มันอินเตอร์ตั้งแต่เส้นสปาฯแระค่ะ 


เริ่มเลย
- ตั้งกะทะ ใส่น้ำมันมะกอก พอร้อน
- เอากระเทียมลงไปเจียวพอหอม ใส่พริกแห้งตามลงไป 
- แล้วตามด้วย อันชูเกะ ลงไปผัด พอหอมๆเนื้อปลาเมื่อผ่านความร้อน+การผัด 2-3ที ก็จะเริ่มเละๆค่ะ จากนั้น
- ใส่เส้นสปาฯ ตามลงไปผัด 2-3 ทีเช่นกัน ไม่ต้องผัดเยอะให้เข็ดมือ(เข็ดมือ คำว่า "เข็ด" ในภาษาใต้หมายถึง เมื่อยหรือปวด) 
- พร้อมอร่อย ตักใส่จาน รับประทานได้เลยค่ะ เพราะหิวแล้ววววว


ผัดให้เข้ากัน ไม่ต้องเติมเครื่องปรุงอะไรเพิ่มค่ะ สำหรับตัวเองคิดว่าอร่อยแล้ว

เรียบร้อย น่าทานเวอร์ ตักใส่จาน ทานร้อนๆ อร่อยเวอร์เช่นกัน 


**ทำง่ายอร่อยง่ายอย่างที่บอกจริงๆค่ะ ลองทำกันดูน้าาาา

............................................................................



Pansotti Ravioli Pasta พันซอททิ ราวิโอลี พาสต้า

เมนูนี้ชอบมาก ที่สำคัญอร่อยเวอร์คร่ะ ได้ชิมครั้งแรกที่ร้านอาหารตอนมาถึงอิตาลีใหม่ๆ ติดใจอย่างแรง (กินที่ร้านไม่สะใจเพราะมาจานนึง ประมาณ10ชิ้น) วันนี้เลยทำเอง วงเล็บอีกแระ(ทำเองหมายถึง ซื้อสำเร็จรูปจากที่ร้าน ทั้ง ราวิโอลี และซอสพันซอททิ แล้วมาต้มมาผสมที่บ้าน เพราะทำเองหรอ หึ!! ไม่สามารถง่ะค่ะ) เรามาดูกันน่ะว่าหน้าตามันเป็นไง และทำกันแบบไหน 


วิวกันตั้งแต่หน้าร้านเลยคร่ะ

เจ้าของร้านคร่ะ ชื่อ "มิสซีน่า" เห็นสมีเรียกอย่างนั้น กำลังจัด ราวิโอลี ใส่กล่องค่ะ 


ร้านนี้เค้าเปิดสอนทำอาหารท้องถิ่นของที่นี้ด้วยคร่ะ   อยากไปเรียนน่ะ แต่ต้องรอไปก่อน ยังพูดไม่ได้ ฟังไม่ค่อยเข้าใจเลย กับภาษาอิตาลี เอาเป็นว่าซื้อกินไปก่อนละกัน ^^ จัดมา 1 กิโลคร่ะ สำหรับเราสองคน แฮะๆ เยอะมากกกกกกก



ขายหลายสิ่งหลายอย่างมากคร่ะ ในร้าน นอกจากพาสต้า และลาซานญ่าแล้ว อย่างอื่นไม่รู้จัก ว่าเรียกว่าอีไรบ้าง อิอิ ใหม่จริงๆคร่ะ  สมีก็บอกนั้นแหละค่ะว่าอะไรเป็นอะไร แต่จำชื่อไม่ได้ ยาวเกิ๊น เอะรึเราโง่สอนไม่จำ ถึงความจำสั้น แต่รักฉันยาวน่ะคร้าสมี!! อิอิ

หน้าตาเป็นเยี้ยงนี้ค่ะ สองกล่อง จัดเรียงสวยงาม ลืมถ่ายรูปแพ็คเก็จค่ะ ห่อกระดาษ ผูกโบว์เหมือนของขวัญเลย ดูดีมากมาย 

เรามาลงมือทำกันเลยคร่ะ ฟังดูเหมือนเชฟในรายการอาหารเนอะ เหมือนขั้นตอนจะเยอะ 555++


ที่ต้องทำคือ หยิบออกจากกล่อง แล้วสบัดแป้งออกค่ะ เค้าใส่มาเยอะ เพื่อไม่ให้มันติดกัน 

แล้วนำมาใส่จานไว้ค่ะ รอน้ำเดือด 


สิ่งที่ต้องเตรียม ราวิโอลี ซอสพันซอททิ (ทีเด็ดในกล่องกลมๆสีขาวงะคร่ะ) และน้ำมันมะกอก รวมทั้งสองอย่างให้เข้ากันในชามใหญ่ๆ รอไว้


รอน้ำเดือดค่ะ 


เทอคือเชฟมือหนึ่งคร่ะ 555.... ตรงไหนหย่ะ!! ^^

ใส่ในหม้อได้เลย พาสต้าที่ทำสดแบบนี้เราไม่ต้องต้มนานค่ะ ใส่ในน้ำแป๊บ มันก็เลยขึ้นปั๊ป เราก็ตักได้เลยคร่ะ ใส่ในชามที่เตรียมซอสรอไว้ แล้วคนให้เข้ากันค่ะ ง่ายมาก

เทคนิค* การคลุกเคร้าให้เข้ากันค่ะ ต้องเบามือหน่อยค่ะ เพราะไส้ผักด้านในจะแตก แล้วออกมารวมกับซอส ทำให้หน้าตาไม่หน้าทาน


อร่อยเวอร์คร่ะ เมนูนี้  ซื้อมาทำเองแบบนี้ ทานได้สะใจจริงๆคร่ะ 


อร่อยสองคน อ้วนสองคน กับพาสต้า 1กิโล อร่อยเยี้ยงนี้อดไม่ได้ที่จะเปิดไวท์!!

หมดเกลี้ยงค่ะ อร่อยลื้ม...!!












...............................................




Piadina con Spinaci แป้งพีอาดีน่าไส้ผักโขมชีส




ง่ายอีกแล้วค่ะสำหรับเมนูวันนี้ เมนูนี้เคยกินครั้งแรก ที่ร้านอาหารอิตาเลียนที่ กทม.บ้านเราเลยค่ะ (*ร้าน Bacco สุขุมวิทย์ 53) ชิมครั้งแรกติดใจอร่อยลื้มมมม มันเป็น ออเดิฟค่ะสั่งเป็นจานแรก พอได้มาอยู่อิตาลี ก็พลาดไม่ได้ที่จะลองชิมว่าจะอร่อยลื้มมมมม เหมือนกันรึป่าว และแล้วก็สมหวังค่ะ อร่อยจิงๆ แป้งบางมาก นุ่มๆไม่กรอบมากกะลังพอดี....ที่นี้ทานเป็นอาหารหลักกันเลยค่ะเพราะจะมาชิิ้นใหญ่ๆ กินคนเดียวสะใจคร่ะ 

แต่ช่วงนี้ อิฉันทำกินเองทุกวัน เพราะร้านอยู่ไกล ทำกินเองดีกว่า หลังจากได้ชิม 2-3ครั้ง ก็สันนิฐานว่า เค้าน่าจะใส่อะไรบ้างก็สามารถค่ะ อิอิ  ประกอบกับช่วงนี้อยากกินน้อยๆ (เริ่มอ้วนหลังจากมาอยู่แค่ไม่กี่เดือน ฮาาา ) และชอบผักโขมเลยอยากทำเองใส่ผักเยอะๆ มีประโยชน์ ที่ซูดดดดดดด


*ร้านอาหารอิตาเลียนที่ กทม.ค่ะ เผื่อใครอยากไปลองชิม อาหารที่นี้อร่อยทุกอย่างค่ะ ไปบ่อยมากกกก Bacco สุขุมวิทย์53 เว็บร้าน http://www.bacco-bkk.com/ 

เอาละไม่โม้มาก เรามาดูกันว่าต้องใช่อะไรกันบางคร่ะ 

1. แผ่นแป้ง ที่เรียกว่า พีอาดีน่า Piadina
2. ชีส เป็นครีมชีสค่ะ PHILADELPHIA ถ้าหาไม่ได้เป็นมายองเนสก็อร่อยค่ะ
3. ผักโขม แบบแช่แข็ง Spinaci
4. พาเมซานชีส Parmigiano แบบที่ขุดแล้ว 
5. เกลือ,พริกไทย Sale,Pepe สำหรับปรุงรสค่ะ



หน้าตาของแป้ง พีอาดีน่า เป็นแป้งสำเร็จรูปมาในถุงแบบนี้ค่ะ แผ่นบางๆกลมๆคล้ายโรตีบ้านเรา แต่ไม่เหนียวเหมือนโรตีค่ะ อันนี้มันจะนุ่มๆค่ะ




ครีมชีส ทาบนแผ่นแป้ง เพิ่มรสชาติชีสๆ ทาบางๆให้ทั่วแผ่น อย่างที่บอกถ้าหาไม่ได้ ใช่มายองเนสก็อร่อยค่ะ ดัดแปลงเอาตามความชอบ (ก็ไม่ใช่แม่ครัวหรือเก่งทำกับข้าวน่ะค่ะ งูๆปลาๆเหมือนกัน เอาแบบกินได้อร่อยด้วยค่ะ) 



ผักโขม แบบต้มสุกแล้วแช่แข็ง ละลายน้ำแข็งก่อนน่ะ แบบถุงแบบนี้ มันอัดแท่งมาเป็นลูกเต่า กะเอาค่ะว่ากินคนเดียวซัก 3-4ก้อนค่ะ



เตรียมกระทะ ใส่น้ำมัน ผัดหอมใหญ่หั่นเต่า พอหอมค่ะ ใครไม่ชอบไม่ต้องก็ได้น่ะค่ะ หรือจะให้กระเทียมก็ได้ค่ะ  สูตรใครสูตรมันค่ะ



ผัดคนให้เข้ากัน เต็มเกลือ และพริกไทยค่ะ (เป็นคนไม่ชอบปรุงรสเยอะค่ะ เอะรึขี้เกลียด เอาแบบง่ายจิงๆง่ะ) ปรุงรสตามชอบ ใครจะใส่ผงปรุงรส ซอสถั่ว หรือน้ำปลา อะไรก็ได้ค่ะรสตามชอบเหมือนผัดผัก 




ปรุงรสตามให้ชอบเรียบร้อยแล้ว ก็ปิดไฟ แล้วเต็ม พาเมซานชีส ลงไป ผัดให้เข้ากัน พาเมซานพอละลายมีจะเป็นยางยืดๆหนืดๆ หน่อยค่ะ อร่อยตรงนี้แหละ




สแต๊ปการผัดชัดชัด ฮาาาาา 



ตักใส่บนแป้งที่ทาชีสเตรียมไว้




เติมพาเมซานอีกหน่อย เพื่อความหนืด ยืดๆ เยิ้มๆ เวลากัด เหมือนชีสบนพิซซ่า  บนพิซซ่าเค้าใส่ โมซาเร่ลาชีสค่ะ (ทำครั้งหน้าจะลองใส่ด้วย)






พับครึ่งแบบนี้ค่ะ





ใส่เครื่องปิ้งแบบนี้ค่ะ ซัก 5นาที ไม่ต้องนานเอาแค่ร้อนๆ เพราะแป้งมันก็สุกอยู่แล้ว ไส้ผักโขมก็สุกแล้ว เราต้องการแค่ให้แป้งด้านนอกมันแข็งๆกรุบๆนิดนึงค่ะ ถ้าไม่มีเครื่องแบบนี้จะใช้เครื่องทำแซนวิชก็ได้น่ะ



 เรียบร้อย ดูเหลืองๆ น้ำตาลนิดนึง 



ตัดเป็นชิ้นๆแบบนี้ ให้ดูมีทักษะหน่อยนึง และกินง่ายด้วยที่สำคัญ



หลังจากกินไปสองชิ้น เริ่มจะเลี่ยนชีส กินต่อกับซอสแม็คซิกัน เปรี้ยวๆหวานๆแบบนี้ก็อร่อยไปอีกแบบค่ะ ถ้าได้ซอสพริกคงแซ่ปเวอร์.....

สำหรับเมนูอร่อยง่ายวันนี้ ง่ายๆจิงๆขอบอก อาจจะเขียนบรรยายบ้าบอ ต่างๆนาๆ ยาวไปหน่อย แต่ทำจิงๆเรื่องไม่ยาวค่ะ แป๊บเดียว สูตรจิงๆเค้าเป็นไงไม่รู้ แต่สูตรหนูแบบนี้คร่ะ!!









..................................................

Piadina con Salame แป้งพีอาดีน่าไส้ซาลามี่

ทำกันบ่อยจริงๆคร่ะ ก็ทำง่ายไม่เรื่องมาก ไม่ต้องใช่ความสามารถพิเศษ ใช่แต่ความชอบ ว่าชอบกินอะไร ก็ใส่ไปเลยคร๊าาาาา 


ไม่ต้องบรรยายถึงสิ่งที่ต้องเตรียมกันแล้วล่ะน่ะ เหมือน โพสต์ก่อน 

แต่ส่วนสำคัญ ของเมนูนี้คือ ซาลามี่ ค่ะ Salame จะอธิบายไว้ใต้ภาพคร่ะ

ทาครีมชีส หรือมายองเนสก็ได้ที่มี


 ลักษณะของแผ่นแป้งพีอาดีน่า


นางเอก ของเมนูนี้ ซาลามี่ ชอบมากมายคร่ะ ซื้อมาสองแบบ เป็นซาลามี ที่มาจากสองเมืองค่ะ คือ Parma (เมืองปราม่า) และ Genova (เมืองเจโนวา) สมีซื้อให้ชิมทั้งสองแบบว่าชอบแบบไหน 

ซื้อมาอย่างละ ประมาณ 100 กรัมคร่ะ เรามาดูราคาของมันกัน 
จาก ปราม่า กิโลละ  22.50 ยูโร ประมาณ 900บาท ซื้อมา100กรัม ก็ประมาณ 90บาท
จาก เจโนวา กิโลละ      15 ยูโร  ประมาณ 600บาท ซื้อมา100กรัม ก็ประมาณ 60บาทจร้า

เปิดห่อดูด้านในกันคร่ะ 


ซาลามี่ ปกติจะเป็นแท่งยาวๆคล้ายๆกุนเชียง แต่ซาลามี่จะมีขนาดใหญ่กว่า รสชาติจะเค็มๆ มีออกเปรี้ยวด้วยบางแบบ และบางที่ก็ใส่พริกด้วยส่วนใหญ่ทางภาคใต้ของอิตาลี จะชอบใส่พริก คนกินเผ็ดเหมือนคนใต้บ้านเราเลยค่ะ 

เวลาไปซื้อในร้าน เค้าก็จะบอกว่ามี ซาลามี่ มาจากที่ไหน และแบบไหนบ้าง เราก็เลือกเอา และบอกว่าจะเอาเท่าไหร่ เค้าก็จะเอาไปตัดให้เราค่ะ  

ชิ้นใหญ่จากเมือง ปราม่า ค่ะ

ชิ้นเล็กกว่าจากเจโนวา ค่ะ 

หลังจากชิม ชอบแบบชิ้นเล็กค่ะ เพราะไม่เค็มมาก แบบชิ้นใหญ่จะเค็มกว่า


ใส่สองแบบเลย แบบที่ชอบใส่เยอะกว่า ^^

พับครึ่ง ใส่เครื่องปิ้งได้เลยคร่ะ

เรียบร้อย ออกมาหน้าตาหน้าอร่อยเยี้ยงนี้จร้าาาา

ตัดครึ่งจะได้ทานง่ายๆน่ะจ๊ะ

ชัดๆซูมๆ อืมมมมม ระหว่างบรรยายก็อยากกินขึ้นมาอีกแระ จะไม่อ้วนได้ไงจ๊ะ แม่นาง คนนี้


สมีว่า ซาลามี่ ต้องกินกับลูกฟิกคร่ะ มันเป็นแบบที่ ที่นี้เค้ากินกัน ลองซะหน่อย!! 


ลูกฟิก ไม่รู้พันธ์ุ อะไร เรียกว่าแบบเปลือกเขียวละกัน เพราะมันมีแบบเปลือกม่วงด้วย
ลูกฟิกผลไม้วิเศษ เค้าว่างั้น หาอ่านจากกูเกิลกันเองน่ะ ช่วงนี้ฤดูกาลของมัันเลยค่ะ อันนี้ทำไม่ได้ว่าซื้อมาเท่าไหร่ แต่ก็แพงอยู่ ถึงแม้ว่าที่อิตาลี จะเยอะ มีให้เห็น และเก็บกินได้ ทั้งสองข้างทางถนน ก็ตาม











............................................


Piadina con Salmon แป้งพีอาดีน่าไส้ปลาแซลม่อนรมควัน

บ้าคลั้งอยากใหญ่หลวงกับเมนูแป้งพีอาดีน่า เพราะทำง่ายเหลือเกิน เหมาะจิงๆ กับคนที่กินง่ายๆ และขี้เกลียดอย่างอิฉัน.

วิธีทำไม่ต้องเนอะ เดิมๆจิง แต่มีวัตถุดิบก็จับใส่ จับใส่ ได้เลย ชมภาพกันดีกว่า ^^ 






อย่าลืมเช็ดน้ำลายน่ะจ๊ะ


Spaghetti Funghi สปาเก็ตตี้ซอสเห็ด


ช่วงตั้งแต่เดือนที่แล้ว รึตั้งแต่มิถุนายน อะไรประมาณที่แหละ หรือช่วงเข้าฤดูร้อนของที่นี้ แต่ก็ยังมีฝนตกบ้าง เป็นฤดูของเห็ดป่า ของที่นี้ สมีภูมิใจนำเสนอมากอยากให้ได้ชิม บอกว่าเป็นอะไรพิเศษสุดสุด เอาละ พิเศษก็พิเศษคร่ะ ได้ชิม สเต็กหมูซอสเห็ด เมนูแรก ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ต่อมา สปาเก็ตตี้ซอสเห็ด โอ้วววววววเมนูนี้ชอบมาก อร่อยเวอร์ เลยเป็นที่มาของเมนูนี้คร่ะ เดาๆไปเองว่า มันน่าจะทำเยี้ยงนี้ เอาง่ายไว้ก่อน อิอิ

หน้าตาออกมาเป็นเยี้ยงนี้


เส้นสปาเก็ตตีนี่ มันจะเส้นเล็กว่าเส้นสปาเก็ตตี้ และจะสุกเร็วกว่า เลยชอบ อิอิ, ซอสมะเขือเทศกระป๋องเล็ก,เห็ดที่สับแล้ว



เห็ดหลังจากแช่น้ำไว้ซัก 1ชม.ให้มันพองตัว แล้วนำมาสับเล็ก (ลืมถ่ายรูปตอนมันอยู่ให้น้ำเป็นชิ้น)



น้ำแช่เห็ด อย่าทิ้งเก็บไว้เติมในน้ำซอสตอนผัด กรองเอาสีดำๆ ซึ้งเป็นหญ้า และดินที่ติดมากับเห็ดออก ด้วยน่ะจ๊ะ



เห็ดที่ซื้อมา เป็นเห็ดตากแห้งแบบนี้คร่ะ กลิ่นแรงมาก อันนี้เป็นส่วนที่เหลือจากทำ รีซอตโต้ฟุงกิ (ข้าวแบบอิตาลีใส่เห็ด) จร้า



ตอนสดๆหน้าตามันเหมือนเห็ดโคนในป่าบ้านเราค่ะ แต่เห็ดที่นี้กลิ่นจะแรงมาก ขนาดตากแห้งแบบนี้แล้วยังมีกลิ่นแรงคร่ะ คนที่ไปหาเห็ดในป่าก็จะต้องมีใบอนุญาติด้วยน่ะ ถึงจะไปหาได้ แรงง่ะ!!



ซื้อมาตอนไปเที่ยวแถวชานเมือง Parma แถวนี้เป็นถิ่นของเห็ดป่าสมีบอก ไม่น่าเชื่อว่าเห็ดที่นี้จะแพงมากขนาดนี้ ซื้อมาขีดกว่าๆ 19.18ยูโร ประมาณ 700กว่าบาท แพงเวอร์ เห็ดดองในน้ำมันก็อร่อยค่ะ ไม่มีรูปให้ดู กินหมดไปแล้วตั้งแต่วันซื้อ แพงเหมือนกัน 



จบเรื่องเห็ด  มาต่อด้วยเรื่องเส้นสปาฯกันคร่ะ แค่นี้พอค่ะ กะเอากินคนเดียวไม่ต้องเยอะมาก เน้นซอสคร่ะ ชอบกินแบบซอสเยอะๆ เยิ้มๆ



เห็ดสับ, หอมใหญ่หั่นเต่า, กระเทียม (หั่นชิ้นใหญ่ค่ะ พอเจียวให้หอมแล้วตักออก เพราะไม่ชอบกินกระเทียม)


น้ำมันมะกอก ขาดไม่ได้ ส่วนประกอบสำคัญ ของอาหารอิตาเลี่ยน



ตักกระเทียมที่เราไม่ชอบออก ใส่เห็ดลงไปผัดค่ะ ตอนผัดใส่พริกไทดำไปเลย  จะได้หอมๆ



ใส่ซอส


เต็มน้ำแช่เห็ด ที่เราเตรียมไว้ 


ปรุงรสด้วย เกลือ น้ำตาล พริกไทดำ รสชาติจะออกเปรี้ยวหวาน รึตามชอบได้เลย


เส้นที่ต้มสุกแล้ว นำลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน (เส้นสปาเก็ตตีนี่ต้มแค่ 5นาทีเองค่ะ หน้ากล่องจะเขียนไว้ทุกแบบ ว่าพาสต้าแต่ละแบบ ต้องต้มกี่นาที)


เรียบร้อยน่าทานมิคร่ะ ซอสเยอะกว่าเส้น แบบที่ชอบเลยค่ะ เพราะถ้าไปกินที่ร้านใส่ซอสให้นิดนึง ไม่สะใจ ^^


ทำง่าย อร่อยด้วย!! 


ไม่มีความคิดเห็น: